ภาคประชาชน-สื่อมวลชี้ พรบ.เหล้าฉบับใหม่ทำสังคมสับสน แนะออกกม.ลูก ให้กก.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชุดใหม่ตัดสินใจเรื่องทผลกระทบวงกว้าง ติงภาคธุรกิจเข้าร่วม สกัดเอื้อผลประโยชน์นายทุน
มูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ (มสส.) ร่วมกับเครือข่ายสื่อมวลชนขับเคลื่อนสุขภาวะเพื่อสังคมไทยยั่งยืน (สสสย.) จัดประชุมโฟกัส กรุ๊ป ในหัวข้อ"ทิศทาง กม.ลำดับรอง…หลังประกาศใช้ พ.ร.บ.แอลกอฮอล์ใหม่
นายอภิวัชร์ เกตุทัต ประธานมูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ (มสส.) ระบุ เรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มุมหนึ่งอาจเป็นการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวให้กับประเทศ แต่จำเป็นต้องคำนึงถึงการขับเคลื่อนสังคมสุขภาวะ เพื่อลดผลกระทบที่มีต่อสุขภาพและความปลอดภัยในสังคม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญ การออกกฎหมายควบคุมแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ซึ่งบังคับใช้แล้วแต่สังคมยังสับสนว่าเนื้อหาที่เปลี่ยนแปลงจากเดิมนั้น มีผลบังคับใช้ทันทีหรือไม่ หรือมีประเด็นใดบ้างที่ต้องใช้เวลาเพื่อจัดทำเนื้อหาให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่ ส่งผลให้มีการทำผิดกฎหมายและไม่มีการบังคับใช้กฎหมาย เพราะคิดว่าทุกอย่างได้รับการปลดล็อกแล้ว
“เพื่อให้เกิดความชัดเจนในข้อกฎหมายและเกิดการปฏิบัติที่ถูกต้องเพื่อลดผลกระทบต่อทุกฝ่าย จึงต้องจัดประชุมเพื่อให้สื่อมวลชนได้รับฟังข้อมูลที่ถูกต้องจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำกฎหมายโดยตรง เพื่อช่วยกันสื่อสารและถ่ายทอดข้อเท็จจริงสู่สาธารณะ และมองทิศทางในการจัดทำกฎหมายลำดับรองเพื่อปกป้องทุกคนในสังคมจากพิษภัยและผลกระทบของแอลกอฮอล์ในมิติต่างๆกัน“
นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ระบุ กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีเจตนารมณ์จำกัดการขยายตัวของการดื่มและผลกระทบ โดยควบคุมการโฆษณา การลดแลกแจกแถม วันเวลาขาย สถานที่ดื่มและขาย อายุผู้ซื้อและอาการของผู้ดื่ม แต่สินค้าแอลกอฮอล์มีมูลค่าตลาดปีละกว่า 5 แสนล้าน มีผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่ รายย่อยและวิสาหกิจชุมชน ค่านิยมดื่มเพื่อเข้าสังคม
รวมทั้งเสรีภาพในการดื่ม ต้องการรายได้จากการท่องเที่ยว ภาวะเศรษฐกิจซบเซาทำให้รัฐบาล พรรคการเมือง กลุ่มธุรกิจสุราเสนอให้ปรับนโยบายเพื่อเศรษฐกิจมากกว่าสุขภาพ จึงใช้เวลา 1ปีครึ่ง แก้กฎหมายจนประกาศใช้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอออล์ฉบับที่ 2 ปี 2568 โดยผ่อนคลายหลายจุดที่สำคัญคือให้มีผู้แทนธุรกิจแอลกอฮอล์เข้ามาเป็นคณะกรรมการควบคุมแอลกอฮอล์ระดับชาติ กลายเป็นข้อห่วงใยด้านการถูกแทรกแซงทำให้ด้อยประสิทธิภาพการควบคุมในอนาคต
ทั้งนี้ การจะทำกฎหมายลำดับรองประเด็นสำคัญคือนิยามคำว่าจัดเลี้ยงตามประเพณี ควรขยายความให้ชัดเจนมากขึ้น เพราะมีผลต่อการใช้สถานที่ราชการ โรงเรียน เป็นสถานที่จัดเลี้ยง ยืนยันว่าของเดิมดีอยู่แล้ว รวมทั้งเรื่องระยะห่างจากสถานศึกษาของร้านจำหน่ายแอลกอฮอล์ ควรให้คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดเป็นผู้ตัดสิน
ส่วนบทบาทของผู้แทนธุรกิจแอลกอฮอล์ในคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะต้องมีกฎหมายลูกกำหนดหลักเกณฑ์ในเรื่องที่มีส่วนได้เสียว่าจะมีสิทธิโหวตหรือไม่ การแก้ไขผ่อนคลายใบอนุญาตผลิตสุราให้ทำได้ง่าย การผลิตที่บ้านเพื่อดื่มกันเอง การนำเข้าแอลกอออล์จากต่างประเทศจากการลดภาษีไวน์ ที่น่าห่วงคือการเจรจาการค้า FTA กับยุโรปจะยิ่งเพิ่มปริมาณแอลกอฮอล์เข้ามาขายในประเทศไทย ทำให้คนไทยมีโอกาสพิการและตายเพิ่มขึ้น
“น่าจะมาถึงยุคที่ทุกภาคสังคมต้องตื่นตัวมาร่วมกันควบคุมใช้ทุกมาตราที่มีอยู่ โดยยึดข้อมูลและความปลอดภัยของสังคม โดยหวังว่าเหตุร้ายที่เคยเกิดย้อนหลังก่อนมีกฎหมายฉบับนี้จะไม่เกิดซ้ำอีก“
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น