“โควต้านมโรงเรียน 2569ไม่เปิดผลประชาพิจารณ์-หลักเกณฑ์ใหม่ยังคลุมเครือ”

“โควต้านม 2569ไม่เปิดผลประชาพิจารณ์-หลักเกณฑ์ใหม่ยังคลุมเครือ”

ประเด็นร้อน “โครงการนมโรงเรียน ปีการศึกษา 2569” กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักในสังคม หลังพบข้อสังเกตสำคัญเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการกำหนดหลักเกณฑ์ และความชัดเจนของระบบจัดสรรโควต้า

จุดที่ถูกวิพากษ์มากที่สุด คือ การไม่เปิดเผยผลการประชาพิจารณ์ ทั้งในส่วนของความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และข้อสรุปที่ถูกนำไปใช้จริง ทั้งที่กระบวนการดังกล่าวควรเป็นกลไกสำคัญในการสะท้อนเสียงของเกษตรกรและผู้ประกอบการในระบบ

ขณะเดียวกัน แม้จะมีการประกาศหลักเกณฑ์ใหม่ออกมา แต่กลับพบว่า ยังไม่มีการระบุ “สัดส่วนโควต้า” อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของปัญหาที่ถกเถียงกันมายาวนาน โดยเฉพาะประเด็นสัดส่วน 70:30 ที่ยังคงเป็นข้อถกเถียงในอุตสาหกรรมโคนม

การไม่มีตัวเลขกำกับชัดเจน ทำให้เกิดข้อกังวลว่า อาจเปิดช่องให้เกิดการตีความและการจัดสรรที่ไม่เป็นธรรมในทางปฏิบัติ และอาจนำไปสู่ปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้ประกอบการและเกษตรกร

นอกจากนี้ แม้หลักเกณฑ์ใหม่จะเพิ่มมาตรการควบคุมคุณภาพน้ำนมและบทลงโทษที่เข้มงวดขึ้น แต่กลับถูกตั้งคำถามว่า สามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด และการเข้าถึงตลาดของเกษตรกรรายย่อย

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดคำถามสำคัญต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า เหตุใดผลประชาพิจารณ์จึงไม่ถูกเปิดเผยหลักเกณฑ์ใหม่สะท้อนเสียงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจริงหรือไม่ และโครงสร้างการจัดสรรที่ยังไม่ชัดเจน จะนำไปสู่ความเป็นธรรมได้อย่างไร
ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น โครงการนมโรงเรียนซึ่งเกี่ยวข้องกับทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ และเด็กนักเรียนทั่วประเทศ อาจกำลังเผชิญ “วิกฤตความเชื่อมั่น” หากไม่สามารถสร้างความชัดเจนและความโปร่งใสได้ในระยะอันใกล้

#โควต้านม2569 #นมโรงเรียน #ประชาพิจารณ์
#ความโปร่งใส #เกษตรกรไทย #นโยบายรัฐ #ปฏิรูปโคนม

ความคิดเห็น