โอกาสดี อยากประกอบธุรกิจบริการโดรนถูกกฎหมาย เชิญสมัครฝึกปฎิบัติ"การจัดการธุรกิจโดรนเกษตร"มีแผนการเงินที่ชัดเจน เพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตชุมชน
ดร.อนันต์ ภู่สิทธิกุล ประธานมูลนิธิคลังสมองสหกรณ์ไทย เปิดเผยว่า มูลนิธิคลังสมองของสหกรณ์ไทยขอเชิญชวนผู้สนใจสมัครร่วมกิจกรรมและอบรมพร้อมฝึกปฎิบัติ "การจัดการธุรกิจโดรนเกษตร"(DRONE AGRICULTURAL SURVICE PROGRAMS)วันที่ 21-23 กรกฎาคม 2569 ณ.ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการธุรกิจโดรนเกษตร สำหรับโครงการหลักสูตรอบรมและฝึกปฏิบัติการจัดการธุรกิจโดรนเกษตร
DRONE AGRICULTURE SERVICE PROGRAM (DASP) ดำเนินการโดยมูลนิธิคลังสมองของสหกรณ์ไทย คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำนักพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เนื่องจากในปัจจุบัน เทคโนโลยีโดรนเกษตร (Agricultural Drone) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการยกระดับโครงสร้างเกษตรกรรมไทยสู่เกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) ด้วยความสามารถในการประหยัดเวลา ลดการใช้แรงงาน และเพิ่มความแม่นยำในการฉีดพ่นสารอาหารพืชและสารอารักขาพืช
ผู้ประกอบการและผู้รับจ้างบินโดรนจำนวนมากในปัจจุบันยังขาดองค์ความรู้ที่เป็นระบบ ทั้งในมิติด้านการบริหารจัดการธุรกิจเชิงพาณิชย์ ข้อกำหนดและกฎระเบียบทางกฎหมาย ตลอดจนวิทยาศาสตร์การอารักขาพืชและการคำนวณสารเคมีที่ถูกต้องแม่นยำ
เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงและสร้างโอกาสการแข่งขันในอนาคต หน่วยงานความร่วมมือจึงได้ร่วมกันจัดตั้งหลักสูตรนี้ขึ้น เพื่อปั้น “จุดประกายธุรกิจอนาคต” ยกระดับทักษะผู้เรียนจากผู้บังคับโดรนทั่วไปสู่การเป็นผู้ให้บริการเกษตรอัจฉริยะมืออาชีพที่มีมาตรฐานสากล และมีความรู้เสมือนเป็นหมอพืชประจำชุมชน
โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์มีเพื่อสร้างทักษะและทัศนคติแบบนักจัดการธุรกิจบริการโดรนเกษตรยุคใหม่ สามารถวางแผนการเงินและบริหารฝูงโดรนได้อย่างมีทักษะเพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายการบิน ข้อบังคับทางกฎหมาย และมาตรการความปลอดภัยในการปฏิบัติงานหน้าจริง (SOP) อย่างเคร่งครัดเพื่อพัฒนาองค์ความรู้เชิงลึกด้านสารเคมีเกษตร สารชีวภัณฑ์ และเทคนิคการอารักขาพืชในนาข้าวและสวนไม้ผล เพื่อแก้ปัญหาให้เกษตรกรได้อย่างตรงจุด
โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือกษตรกรยุคใหม่ (Smart Farmer), ผู้บังคับโดรนอิสระ, ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตร, วิสาหกิจชุมชน และผู้ที่สนใจเริ่มต้นธุรกิจบริการโดรนเกษตรจำนวน 25 – 30 คนต่อรุ่น
กำหนดการดำเนินงานและการเรียนรู้ (ปี พ.ศ. 2569) 22 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2569 เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมอบรมผ่านช่องทางออนไลน์ของหน่วยงานความร่วมมือ
20 – 22 กรกฎาคม 2569 ซึ่งจะมีพิธีเปิดโครงการและฝึกปฏิบัติเบื้องต้นปฐมนิเทศผู้เข้ารับการอบรมแนะนำภาพรวมธุรกิจและฝึกสร้างความคุ้นเคยเบื้องต้น ช่วงเดือนสิงหาคม 2569เรียนรู้ภาคแนวคิดและการจัดการ (ผ่านระบบ ZOOM)
การจัดการธุรกิจโดรนและโครงสร้างการเงิน (CapEx & OpEx)ข้อกำหนด กฎระเบียบทางกฎหมาย (กสทช., CAAT) และการทำประกันภัยนวัตกรรมการให้บริการภาคเกษตร และระบบการจัดการแบรนด์และการตลาด ช่วงเดือนกันยายน 2569เรียนรู้ภาคปฏิบัติและบริการตอบข้อคำถามเชิงลึกการฝึกปฏิบัติภาคสนามในแปลงจริง (นาข้าว และสวนไม้ผล)เทคนิคการผสมสารและการใช้เทคโนโลยีฉีดพ่นปริมาณน้อย (Low Volume Spraying)
คลินิกบริการตอบข้อสงสัยและให้คำปรึกษาปัญหาหน้างานโดยผู้เชี่ยวชาญ (ฐานการคำนวณปรับปรุงรองรับ 25 – 30 คนต่อรุ่น)
ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569สรุปปิดหลักสูตรและประเมินผลการทดสอบมาตรฐานการบินเดี่ยวรายบุคคล (Flight Test)พิธีมอบสัญลักษณ์บัตรให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษา
สำหรับขอบเขตเนื้อหาหลักสูตร (Course Outline) โมดูลที่ 1 : การจัดการธุรกิจโดรน (Drone Business Management)
กฎหมายการเดินอากาศการขึ้นทะเบียนโดรน
การคำนวณต้นทุนเชิงลึกและจุดคุ้มทุน
การวิเคราะห์การเติบโตของเกษตรอัจฉริยะ
โมดูลที่ 2 : การจัดการธุรกิจให้บริการโดรน (Drone Service Operations Management)
มาตรฐานการปฏิบัติงานหน้าจริง (SOP Before/In/Post-flight)
การตลาดดิจิทัลและการเข้าหาชุมชนการใช้ซอฟต์แวร์นำทางคำนวณแปลง โมดูลที่ 3 : ความรู้ด้านสารเคมีและการอารักขาพืชในนาข้าวและสวนไม้ผล (Agrochemicals & Crop Protection)การคำนวณอัตราส่วนผสมสารฉีดพ่นแบบ ULVการควบคุมขนาดละอองฝอยและการฟุ้งกระจาย (Drift)โปรแกรมสารบำรุงและวินิจฉัยโรคระบาดพืช (โรคไหม้ข้าว, เพลี้ยกระโดด, รากเน่าโคนเน่าไม้ผล)
อัตราค่าลงทะเบียนเข้ารับการอบรม ท่านละ 1,850 บาท(รวมเอกสารประกอบการเรียน สิทธิ์การใช้ซอฟต์แวร์นำทาง และค่าวัสดุฝึกปฏิบัติภาคจำลองตลอดหลักสูตร)
สำหรับผู้ผ่านการอบรมสามารถจัดตั้งและประกอบธุรกิจบริการโดรนเกษตรได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีแผนการเงินที่ชัดเจน เกิดเครือข่ายผู้ให้บริการโดรนเกษตรอัจฉริยะที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง ช่วยลดความสูญเสียในภาคการผลิตของเกษตรกร ผู้เรียนมีความรู้ทางวิชาการอารักขาพืชที่ถูกต้อง สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตให้แก่ชุมชนได้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น