“วัชระพล”มึนอ.ส.ค.รายได้หมื่นล้าน-องค์กรรัฐวิสาหกิจต้นแบบหลายปีขาดทุนสะสม เร่งสังคายนาปรับโครงสร้าง-ขยายช่องทางตลาดเชิงรุก
“วัชระพล”มึนการบริการงาน อสค. หลังปล่อยสินค้าสิ้นสภาพค้างสต็อกเป็นจำนวนมาก เตรียมเสนอปรับโครงสร้างและขยายช่องทางการตลาดเชิงรุก ฟื้นฟูองค์กร และช่วยเหลือเกษตรกรอย่างยั่งยืน
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงกรณีการแก้ไขปัญหาสภาพคล่อง หนี้สะสม และผลผลิตนมค้างสต็อกกว่า 1.9 ล้านหีบ รวมแผนฟื้นฟูองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ว่า ในช่วงกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ของ อ.ส.ค. อย่างใกล้ชิด เพื่อวางมาตรการแก้ไขปัญหาสินค้าค้างสต๊อก นมล้นตลาด และแก้ปัญหาขาดทุนสะสมอย่างยั่งยืน
พร้อมได้มอบนโยบายในการแก้ปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขโดยด่วนในเวลานี้ คือ การเร่งระบายสินค้าก่อนหมดอายุล่วงหน้าแต่เนิ่น ๆ ไม่ปล่อยให้นมหมดอายุอย่างเต็ม
ประสิทธิภาพ ก่อนสินค้าอีกจำนวนหนึ่งสิ้นสภาพในเดือนตุลาคมนี้
พร้อมได้มอบหมายให้ อ.ส.ค. ต้องวางมาตรการในภาพรวมใหญ่ จัดหาเงินกู้เพื่อรักษาสภาพคล่องและการพลิกฟื้นธุรกิจอย่างยั่งยืน ก่อนที่จะพิจารณาของบประมาณจากภาครัฐมาสนับสนุน ในส่วนของนมกล่องหมดอายุนั้น ได้ประสานให้กรมปศุสัตว์ ได้หารือร่วมนักวิจัย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการยางแห่งประเทศไทย เพื่อหาแนวทางในการนำน้ำนมที่หมดอายุไปใช้เป็นการเร่งโปรตีนในอาหารสัตว์ และรักษาโรคใบร่วงในต้นยางพาราโดยด่วนแล้ว
นายวัชระพลยังได้ตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดจึงมีการปล่อยจนสินค้าสิ้นสภาพเป็นจำนวนมากขนาดนี้ ซึ่งการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพ เป็นหน้าที่โดยตรงของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ทราบว่าที่ผ่านมา อ.ส.ค. ประสบกับการแข็งขันที่สูงขึ้น และมีสินค้าทดแทนจำนวนมากในตลาด กระทรวงเกษตรฯจึงต้องพัฒนาให้ อ.ส.ค. แข่งขันได้ในตลาดเสรีปัจจุบัน โดยอาจจะต้องมองที่ประสิทธิภาพในการบริหาร โดยเฉพาะต้นทุนและการตลาด พร้อมยกตัวอย่าง "มิลค์แลนด์" (Milk Land) แฟรนไชส์ไอศกรีมนม ที่จะช่วยสร้างรายได้ และระบายนมดิบได้ดี แต่เหตุใดจึงหยุดกิจการนี้ไป เป็นต้น
นายวัชระพลย้ำว่า อ.ส.ค. เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีศักยภาพมาก เคยได้รับรางวัลรัฐวิสาหกิจต้นแบบหลายปีซ้อนจากกระทรวงการคลัง และเคยมีรายได้สูงถึงปีละกว่าหมื่นล้านบาท ดังนั้น จึงต้องมาวิเคราะห์กันว่า เหตุใด 6 -7 ปีที่ผ่านมา จึงมีรายได้ไม่เท่าเดิมและขาดทุนสะสม ซึ่งหากเน้นที่การขยายช่องทางการตลาด และการขายอย่างมียุทธศาสตร์มากขึ้น ก็น่าจะเป็นทางรอดของทั้ง อ.ส.ค.และพี่น้องเกษตรกรไทย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น