‘พรรคประชาชน’เตรียมทวงแก้ร่างพ.ร.บ.สถานบริการ กำหนดโซนนิ่ง เปิด-ปิด

วงเสวนาเดือด ชี้ ‘ถอดบทเรียนไฟไหม้ผับ’ ยังไม่พอ หลังเกิดโศกนาฏกรรมซ้ำซาก เร่งแก้กฎหมายสถานบริการ วางนิยามใหม่ให้ทันโลกปัจจุบัน ปิดช่องเรียกรับส่วย สุดท้ายไร้มาตรฐาน ไม่พ้นต้องสังเวยด้วยชีวิต แนะ มท.-กทม. เปิดทางภาคประชาชนร่วมสังเกตการตรวจสอบสถานประกอบการ ครบกำหนด 30 วัน ต้องเปิดเผยข้อมูลผ่านเว็บให้ตรวจสอบได้ ‘สส.ภัณฑิล’ เตรียมทวงแก้ร่างพ.ร.บ.สถานบริการ กำหนดโซนนิ่ง เปิด-ปิด เป็นเวลา ยิ่งดึกยิ่งเสี่ยง ด้านภาคประชาสังคมจ่อยกร่าง พ.ร.บ.ประกบ 

วันที่ 23 กรกฎคม 2569 ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดี-รังสิต มูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ เครือข่ายสื่อมวลชนขับเคลื่อนสุขภาวะเพื่อสังคมไทยยั่งยืนเครือข่ายองค์กรงดเหล้า มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว เครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยงเครือข่ายสื่อสร้างสรรค์เพื่อการขับเคลื่อนสังคมและเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน สนับสนุนโดยกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานเสวนาเรื่อง “ความปลอดภัยในสถานบริการร้านเหล้า-ผับบาร์ : ปัญหาและทางออก” กรณีศึกษาเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 34 ราย และบาดเจ็บจำนวนมากที่ยังอยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาล

นายวิเชษฐ์พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุน สสส. กล่าวว่า เหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว สร้างความสะเทือนใจต่อคนทั้งประเทศ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุลักษณะดังกล่าวมาแล้ว เช่นไฟไหม้ซานติก้าผับ ในวันเคาท์ดาวน์ ปีใหม่ 2552 มีผู้เสียชีวิตรวม 67 ราย และไฟไหม้ผับเมาน์เทน บี จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2565 มีผู้เสียชีวิต 22 ราย สะท้อนว่าประเทศยังมีช่องว่างด้านมาตรฐานความปลอดภัย การบังคับใช้กฎหมาย 

ดังนั้นแค่คำว่าถอดบทเรียนคงไม่เพียงพอ แต่นี่คือปัญหาเชิงระบบ ที่สามารถป้องกันได้ สสส. จึงร่วมกับภาคีจัดงานในวันนี้เพื่อสะท้อนปัญหาและความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ หน่วยงานรัฐและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในขั้นตอนการอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย การกำกับดูแลสถานประกอบการ 

รวมถึงตรวจสอบการกระทำการที่เสี่ยงต่อความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และคงถึงเวลาต้องทบทวน พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ. 2509 การกำกับดูแลปัญหาสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการ ร้านอาหารที่ขออนุญาตให้เล่นดนตรีสด ตาม พ.ร.บ.สาธารณสุขรวมถึงปัญหาการจัดโซนนิ่งที่ไม่สอดคล้องกับบริบททางสังคม

ผศ.ดร.เจริญ เจริญชัย ที่ปรึกษาสมาคมสุราท้องถิ่นไทย กล่าวว่า สถานบริการในต่างประเทศ มีกฎหมายแตกต่างกันไป เช่น ญี่ปุ่น และไต้หวัน ร้านอิซากาย่าที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่มีการตรวจบัตรผู้เข้าใช้บริการแต่ประชาชนที่เข้าใช้บริการมีวินัย ผู้ที่อายุไม่ถึงเกณฑ์ดื่มแอลกอฮอล์จะไม่เข้าใช้บริการ เคารพกฎหมาย ส่วนผับบาร์ไนท์คลับ ที่เป็นสถานที่ปิด บางแห่งสามารถตั้งอยู่ชั้นบนของอาคารสูงได้ โดยมีระบบความปลอดภัย และไม่เปิดในย่านที่อยู่อาศัยที่น่าสนใจคือ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ผู้ประกอบกิจการและประชาชนก็เคารพกฎหมาย มีการปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องตั้งแต่เด็ก 

“แตกต่างจากประเทศไทย ซึ่งสาเหตุที่ปัญหาในสถานบริการในประเทศไทยยังเกิดขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจาก 1.กฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน 2.การไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังของผู้รับผิดชอบ แต่ใช้เป็นช่องทางหารายได้พิเศษ 3.ความเคยชินของประชาชนที่ยอมรับสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และไม่มีใครคิดจะเคลื่อนไหวให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่ หรือยากเกินไปที่จะแก้ไข อย่างมากก็ได้แค่ออกมาพูดผ่านสื่อ แม้แต่ผู้นำทางความคิดและสื่อมวลชนที่เสนอว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลงแต่ก็ไม่ได้ดำเนินการจริงจังเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ที่ใช้บริการในสถานบันเทิงต่าง ๆ ดังนั้นต้องแก้ปัญหาข้างต้น คือ มีผู้นำที่จะริเริ่มแก้กฎหมาย และทำให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ไม่สามารถ หรือหมดความจำเป็นที่จะต้องหารายได้พิเศษจากการละเลยการบังคับใช้กฎหมาย” ผศ.ดร.เจริญ กล่าว

นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวยการเครือข่ายองค์กรงดเหล้า กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงมหาดไทย และกทม. ได้เร่งตรวจสอบสภาพของสถานบริการ และร้านที่คล้ายสถานบริการใน 30 วัน จุดนี้ถ้าจะให้ดีและเป็นที่ยอมรับ ควรมีภาคประชาสังคมในพื้นที่เข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย และครบกำหนดก็ต้องเปิดเผยต่อประชาชน ผ่าน Open data เข้าไปในเว็บไซต์ ทุกคนสามารถตรวจสอบได้ทุกจุดทั่วประเทศ และสามารถร้องเรียนได้เมื่อเกิดปัญหา ซึ่งหากไม่มีตรงนี้สุดท้ายแล้วเรื่องก็จะเงียบหายไป 

นายธีระ กล่าวต่อว่า การแก้ไขกฎหมาย ทั้งกระทรวงมหาดไทย พรรคการเมือง มีการยกร่าง และศึกษาไว้ แต่ในมุมมองจากภาคประชาชน เห็นว่าเนื่องจากกฎหมายเกี่ยวข้องกับผลกระทบทางสังคมอย่างมาก และอีกด้านเป็นการเพิ่มการท่องเที่ยวสร้างรายได้ ซึ่งความย้อนแย้งนี้ หากไม่มีมุมมองจากภาคสังคมมาถ่วงดุลอาจทำให้กฎหมายเอื้อไปทางมิติเพื่อสร้างการท่องเที่ยวเป็นหลัก เสียสมดุลในการลดผลกระทบความรุนแรงลงได้ 

ดังนั้น ภาคประชาสังคมจึงเตรียมยกร่างการแก้ไขกฎหมายและรวบรวมรายชื่อ 1 หมื่นรายชื่อ เพื่อยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกรอบเนื้อหา ประกอบด้วย นิยามขอบเขตของสถานบริการ และคล้ายสถานบริการ เงื่อนไขการขออนุญาตด้านรูปแบบอาคารที่ใช้ สถานที่ที่สามารถขอใช้ การรับฟังความเห็นจากประชาชน นายทะเบียนที่จะให้อนุญาต หน้าที่ของผู้ประกอบการต่อความปลอดภัยประชาชน อำนาจของเจ้าพนักงาน และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการประเมินผลรวมไปถึงการปิดช่องในการทุจริตเรียกรับของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นต้น

ขณะที่ นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม.พรรคประชาชน กล่าวว่า ในสมัยประชุมสภาที่แล้ว ได้มีญัตติแก้ไขกฎหมายสถานประกอบการ ทางกรรมาธิการได้มีการศึกษาพบว่ามีปัญหาหลายมิติ ทั้งการเรียกรับส่วย การดูแลโซนนิ่งไม่ชัดเจน ปัญหาร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากคือเรื่องเสียงรบกวน ปัญหาการจราจรติดขัด ปัญหายาเสพติด เมาทะเลาะวิวาท ก่ออาชญากรรม ค้ามนุษย์ 

รวมถึงค้าประเวณี จึงเสนอให้แก้ พ.ร.บ.สถานบริการซึ่งใช้มานานตั้งแต่ปี 2509 เพื่อให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งพบว่า กว่า 90 % มีการเปิดคล้ายสถานบริการ โดยให้มีการปรับคำนิยาม จากที่เขียนว่า โรงน้ำชา รองเง็ง ซึ่งปัจจุบันคนไม่เข้าใจแล้ว แต่จริงๆ องค์ประกอบสถานบริการคือ มีดนตรี มีแอลกอฮอล์ และมีผู้ให้บริการ หากมีครบ 2 ใน 3 นี้ก็จะเข้าเกณฑ์ต้องขออนุญาตจากท้องถิ่นเพื่อเปิด ซึ่งจะมีหลักเกณฑ์การดำเนินการ มาตรฐานความปลอดภัยของอาคารสถานที่ โดยให้เป็นเบ็ดเสร็จที่ส่วนเดียว ไม่ต้องไปหลายหน่วยงาน 

“สิ่งสำคัญควรมีการจัดโซนนิ่งอยู่ห่างจากชุมชน และเวลาเปิด ปิด เพราะยิ่งดึกยิ่งเสี่ยง มีโอกาสทำกิจกรรมเสี่ยงผิดกฎหมาย และคุมยาก กระทบกับประชาชนที่ต้องออกมาทำมาหากินปกติ ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ ตีสี่ ดังนั้นการมีกิจกรรมดึกๆ เสี่ยงกระทบกับสาธารณะ ดังนั้น 2 ปัจจัยหลัก คือสถานที่ที่ควรเปิด กับเวลา เปิด ปิด ต้องให้ท้องถิ่นอนุญาต เพราะเขาจะรู้จักพื้นที่ และเรื่องค่าใบอนุญาตต้องผันแปรไปตามความเสี่ยงด้วย เช่น เปิดดึก พื้นที่ใหญ่รับลูกค้าเยอะ ต้องยิ่งแพงขึ้น แล้วจ่ายกับรัฐหน่วยเดียว ไม่ต้องไปถูกรีดไถอีก” นายภัณฑิล กล่าว 

สส.กทม.พรรคประชาชน กล่าวว่า สำหรับร่างกฎหมาย ฉบับพรรคประชาชนยกร่างนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น ซึ่งเป็นร่างการเงินด้วยเพราะมีการเก็บเงินค่าธรรมเนียมต่าง ๆ หากมีการเปิดสภาอีกครั้งก็จะมีการทวงถามอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุขึ้นกับโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ดังนั้นถึงเวลาที่ต้องมีการแก้ไขแล้ว เพราะปัจจุบันเกือบทั้งหมดมีการทำผิด จดเป็นร้านอาหาร แต่กลับเปิดเป็นสถานบริการ กึ่งผับ บาร์ เปิดเพลง ดังนั้นต้องมาจดทะเบียนให้ถูกต้อง และดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายสถานบริการ และกฎหมายควบคุมอาคาร 

ความคิดเห็น