กระทรวงเกษตรฯประกาศเปิดใช้ด่านแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป็นจุดส่งออกและนำเข้าผลไม้สดไทย-จีน อย่างเป็นทางการ ภายใต้เส้นทาง R3B เพื่อเพิ่มศักยภาพการขนส่งโลจิสติกส์สร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกรไทย
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ ได้ผลักดันการเพิ่มด่านแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป็นจุดส่งออกนำเข้าผลไม้สดระหว่างไทยและจีน สำเร็จ โดยวันนี้( 1 กรกฎาคม 2569 ) ได้เปิดด่านแม่สายเป็นวันแรกใช้เป็นจุด ส่งออกนำเข้าผลไม้สดภายใต้พิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้สดผ่านประเทศที่สามระหว่างไทยและจีน ผ่านเส้นทาง R3B (แม่สาย–ท่าขี้เหล็ก–เมืองลา–ต่าลั่ว) ได้อย่างเป็นทางการแล้ว
โดยที่ผ่านมาได้มอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ในฐานะหน่วยประสานงานด้าน SPS ของไทย เร่งประสานงานกับสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) เพื่อให้สามารถใช้ด่านแม่สายส่งออกผลไม้สดไปจีนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งประสานกับกระทรวงเกษตร ปศุสัตว์ และชลประทานแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในการอำนวยความสะดวกการขนส่งผลไม้สดผ่านเมียนมา เนื่องจากเป็นครั้งแรกในการเส้นทางดังกล่าวในการส่งออกผลไม้สดไปจีน
สำหรับ การเปิดใช้ด่านแม่สายครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาโลจิสติกส์ภาคการเกษตรของไทย ช่วยเพิ่มทางเลือกในการขนส่งผลไม้สดทางบก ลดความแออัดของเส้นทางเดิม และสนับสนุนการกระจายสินค้าสู่มณฑลทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผลไม้ไทยในตลาดจีน
นายสุริยะ บอกอึกว่าจีนยังคงเป็นตลาดส่งออกผลไม้สดที่สำคัญที่สุดของไทย โดยในปีที่ผ่านมาไทยมีมูลค่าการส่งออกกว่า 160,000 ล้านบาท สามารถส่งออกผลไม้สดไปจีนได้ 22 ชนิด โดยผลไม้สด 5 อันดับแรก ได้แก่ ทุเรียน ลำไย มังคุด มะพร้าว และส้มโอ ซึ่งการเปิดใช้ด่านแม่สายในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพการค้าชายแดน รองรับปริมาณผลไม้ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต สร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการไทย
ตลอดจนเพิ่มมูลค่าการค้าผลไม้ไทยกับจีนอย่างต่อเนื่อง และด่านแม่สายนับเป็น จุดส่งออกนำเข้าผลไม้สดแห่งที่ 10 ของไทย ที่ได้รับการรับรองภายใต้พิธีสารไทย-จีน และเป็นผลสืบเนื่องจากความสำเร็จในการผลักดันเพิ่มจุดส่งออกนำเข้าอีก 3 แห่งเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 สะท้อนถึงความร่วมมืออันใกล้ชิดระหว่างไทยและจีน ในการอำนวยความสะดวกทางการค้า ควบคู่กับการรักษามาตรฐานด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้า และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลกต่อไป
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น