เงียบกริบ ! ประมูลนมค้างสต็อกเล็งใช้6 ล้านทำลายตามกฏหมาย

เกษตรฯเตรียมเสนอขอใช้งบฯกลาง ปี2570 กว่า 100 ล้านบาทหลัง ครม.เห็นชอบขยายช่วงวัยของโครงการสนับสนุน (นม)โรงเรียนสำหรับนักเรียน ไปจนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในกลุ่มโรงเรียนขยายโอกาส ส่งเสริมด้านโภชนาการและแก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดบรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรโคนม 

นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าภายหลังครม.อนุมัติในหลักการขยายช่วงอายุนักเรียนโครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียนสำหรับนักเรียน ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ในกลุ่มโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาแล้วนั้น ว่า กระทรวงฯ จะจัดทำคำขออนุมัติใช้งบฯกลาง ของปีงบประมาณ 2570 เพื่อใช้สำหรับการดำเนินการดังกล่าว วงเงินประมาณ 100 ล้านบาท ในการจัดซื้อนมสำหรับแจกจ่ายนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ในกลุ่มโรงเรียนขยายโอกาสต่อไป ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในการดูดซับน้ำนมดิบที่ล้นออกจากระบบได้กว่า 90 ตันต่อวัน (87.202 ตันต่อวัน) อีกทั้งช่วยเพิ่มการเข้าถึงและเสริมคุณค่าทางโภชนาการของนักเรียนได้อีกกว่า 500,000 คนทั่วประเทศ และลดภาระให้กับผู้ปกครองในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการซื้อนมอีกด้วย

ส่วนประเด็นการแก้ไขปัญหานม UHT ไทย-เดนมาร์ค หมดอายุและค้างสต็อกกว่า 80 ล้านกล่อง ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ที่ภายหลังจากการเปิดประมูลให้ผู้ที่สนใจเข้ามารับซื้อในราคาที่ต่ำ(5บาทต่อหีบ)ไปแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ไม่มีผู้ยื่นซองเข้าประมูลเลยนั้น นายวัชระพล กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นโจทย์สำคัญที่ อ.ส.ค. จะต้องบริหารจัดการ ทั้งนี้ อ.ส.ค.ยังคงมีแนวทางที่จะเปิดประมูลเพื่อเปิดให้ที่สนใจเข้ามารับซื้อ แต่ไม่มีผู้เข้าประมูล อาจจะต้องเข้าสู่กระบวนการทำลายสินค้า ซึ่งต้องใช้ผู้ได้รับอนุญาตกำจัดสิ่งปฏิกูลตามกฎหมาย คาดว่า อ.ส.ค.จะต้องใช้งบประมาณในการทำลายสินค้ากว่า 6 ล้านบาท

ความคิดเห็น