กระทรวงเกษตรฯเร่งวางมาตรการรองรับผลกระทบการเจรจาเขตการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป ป้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างมิลค์บอร์ด แก้ปัญหาจัดสรรโควต้านมโรงเรียนไม่เป็นธรรม
นายธีรชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้หารือกับภาคีเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทย ทั้งสมาคมโคนมก้าวหน้า สมาคมกลุ่มเกษตรกรผู้รวบรวมน้ำนมดิบ และสมาคมผู้ผลิตนมพาสเจอร์ไรซ์ ซึ่งไดัรับทราบถึงความกังวลใจอย่างเร่งด่วนเกี่ยวกับแนวทางการเจรจาเขตการค้าเสรี หรือ FTA ระหว่างไทยและสหภาพยุโรป (EU) ที่กำลังจะเกิดขึ้น เนื่องจากมีการถอดบทเรียนจากผลกระทบของข้อตกลงการค้า FTA ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ที่ผ่านมายังคงสร้างปัญหาจากการนำเข้านมผง ซึ่งหากเปิดมีการเปิดการค้าเสรีกับยุโรปเพิ่มเติมอีก จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนและกลไกตลาดในประเทศ ทำให้ผู้เลี้ยงโคนมรายย่อยเสี่ยงต่อสภาวะขาดทุน ล้มละลาย และทำลายรากฐานอาชีพเกษตรกร
ส่วนการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ขณะนี้ พระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นมฉบับใหม่ ได้ผ่านความเห็นชอบแล้ว อยู่ในขั้นตอนรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยกฎหมายฉบับดังกล่าวจะเป็นการปฏิรูปโครงสร้าง คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม หรือ มิลค์บอร์ด ใหม่ โดยเพิ่มจำนวนกรรมการจาก 25 คน เป็น 34 คน ซึ่งจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นรองประธาน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและโปร่งใสในการบริหารจัดการน้ำนมทั้งระบบ พร้อมกันนี้ยังได้มีการจัดตั้ง วอร์รูม เพื่อเร่งยกร่างระเบียบรองรับกฎหมายใหม่ 11 ข้อ ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพื่อความรวดเร็วในการแก้ปัญหา
สำหรับการแก้ปัญหาการจัดสรรโควต้านมโรงเรียน ที่ไม่เป็นธรรม นายธีระชัย ระบุว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีการตรวจพบพฤติกรรม ของผู้ประกอบการบางรายได้รับโควต้าแต่กลับไม่มีน้ำนมดิบจริงในครอบครอง จนนำไปสู่ปัญหาการลักลอบใช้นมผงมาละลาย ซึ่งคณะกรรมการมิลค์บอร์ดชุดใหม่จะมีนโยบายที่เข้มงวดในการตรวจสอบข้อมูลเกษตรกรและจำนวนโคนมทั่วประเทศให้เป็นปัจจุบันที่สุด เนื่องจากตัวเลขของกรมปศุสัตว์ที่ระบุว่ามีเกษตรกร 15,000 ราย อาจล้าสมัยและไม่ตรงกับความเป็นจริงในพื้นที่
ขณะที่ปัญหาหนี้ค้างสะสมของฃองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ส่งผลให้ อสค. ขาดสภาพคล่องอย่างหนักจนไม่สามารถจ่ายเงินค่ารับซื้อน้ำนมดิบให้เกษตรกรได้ตามกำหนด สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากปัญหาการผลิตที่เกินกว่าแผนการตลาด จนเกิดเหตุนมเสียหรือนมบูด แนวทางการแก้ไขเร่งด่วนคือต้องมีการแต่งตั้งประธานกรรมการ อ.ส.ค. หรือประธานบอร์ด อ.ส.ค. คนใหม่แทนคนเดิมที่ลาออกไป เพื่อให้บอร์ด อ.ส.ค.สามารถทำแผนบริหารจัดการหนี้และกู้ยืมเงินมาหมุนเวียนจ่ายให้เกษตรกร ซึ่งคาดว่ามีการสรรหาและแต่งตั้งได้ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น