เกษตรฯติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาใกล้ชิด เตรียมมาตรการฟื้นฟูรายได้ระยะยาวให้แก่เกษตรกร ขณะที่กรมส่งเสริมการเกษตรรายงาน พื้นที่เกษตรกรรมได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเสียหายแล้วกว่า 1,600,000 ไร่ ใน 43 จังหวัดประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว 24 จังหวัด
นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำและการให้ความช่วยเหลือของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าสถานการณ์น้ำปัจจุบันในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบนเริ่มคลี่คลายลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงมีการระบายน้ำในปริมาณมากและอาจพบน้ำล้นคันกั้นน้ำอยู่บ้างในพื้นที่ลุ่มต่ำ ส่วนพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง โดยขณะนี้กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำและผลักดันน้ำลงสู่อ่าวไทยอย่างเต็มกำลัง
นอกจากนี้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้ส่วนราชการในสังกัดเร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย (Safety Area) สำหรับเป็นจุดรับและกระจายสิ่งของช่วยเหลือ และเป็นศูนย์พักพิงแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และได้กำชับให้จัดเตรียมมาตรการช่วยเหลือระยะยาวหลังประสบภัย เพื่อฟื้นฟูรายได้ให้แก่เกษตรกรอย่างเป็นระบบ โดยจะมุ่งเน้นไปที่โครงการส่งเสริมการผลิตผลผลิตระยะสั้น และพืชลอยน้ำ เพื่อสร้างรายได้ที่รวดเร็วให้แก่เกษตรกรและลดความขาดแคลนด้านสินค้าเกษตรที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย
นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากการสำรวจพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยล่าสุด (4 ตุลาคม 2569) มีพื้นที่ได้รับผลกระทบแล้ว 43 จังหวัด พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายประมาณ 1,600,000 ไร่ แบ่งเป็น พื้นที่ ข้าวกว่า 1.3 ล้านไร่ พืชผักและพืชไร่ กว่า 246,000 ไร่ ไม้ผลและไม้ยืนต้นกว่า 96,000 ไร่ มีเกษตรกรได้รับผลกระทบกว่า 4,000 ราย ได้มีการประกาศเขตภัยพิบัติแล้วใน 24 จังหวัด และคาดว่าผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินระดับจังหวัด (ก.ช.ภ.จ) จะทยอยประกาศพื้นที่ช่วยเหลือเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรจะเร่งดำเนินการสำรวจและดำเนินการตามหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือสำหรับเกษตรกรตามระเบียบของกระทรวงการคลังต่อไป นอกจากนี้กรมฯจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการฟื้นฟูเยียวยาเกษตรกรทั้งในด้านการสนับสนุนปัจจัยการผลิต ฟื้นฟูอาชีพ และฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหาย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานร่วมกับผู้นำชุมชนและหน่วยงานในระดับจังหวัด เพื่อรวบรวมข้อมูลและจัดส่งความช่วยเหลือให้แก่พี่น้องเกษตรกรอย่างเร่งด่วนต่อไป
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น