CP ออกแถลงการณ์ซีพี-ธนินทร์ไม่เกี่ยวขึ้นทะเบียนกะเพราเตรียมดำเนินการตามกฏหมายคนบิดเบือนข้อมูล

CP แจงซีพีแรม ขอคุ้มครองกะเพรา 4 สายพันธุ์ใหม่ ไม่เกี่ยวกับซีพีและธนินทร์ เตรียมดำเนินการตามกฏหมายคนบิดเบือนข้อมูล  ยืนยันไม่กระทบเกษตรกรและไม่ผูกขาดกะเพราดั้งเดิม ขณะที่ กรมวิชาการเกษตร ตรวจสอบเบื้องต้น พบยื่นเรื่องถูกต้องตามกฎหมาย เตรียม รายงาน รมว.เกษตรฯ สัปดาห์หน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่บริษัท ซีพีแรม จำกัด ได้ยื่นขอสิทธิ์คุ้มครองกะเพราพันธุ์ใหม่ 4 สายพันธุ์ จนสร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคมว่า เกษตรกรจะไม่สามารถปลูกหรือขายกะเพราได้อีกต่อไป รวมไปถึงกระแสข่าวและข้อความพาดพิงถึง บริษัท เครือเจริญโภค ภัณฑ์ จำกัด หรือ CP รวมถึงนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส นั้น

ล่าสุด เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ออกแถลงการณ์ ชี้แจงข้อเท็จจริง โดยการขอรับความคุ้มครองกะเพราพันธุ์ใหม่ทั้ง 4 สายพันธุ์ ดำเนินการภายใต้บริษัท ซีพีแรม ไม่ได้ดำเนินการโดยนายธนินท์ เจียรวนนท์ หรือเครือเจริญโภคภัณฑ์แต่อย่างใด การดำเนินการดังกล่าวต้องไม่กระทบต่อสิทธิอันชอบธรรมของเกษตรกร ในการเพาะปลูกและใช้ประโยชน์จากพันธุ์พืชดั้งเดิม ซึ่งมีมากกว่า 300 สายพันธุ์ ขณะที่การพัฒนาสายพันธุ์พืชเป็นเพียงการเพิ่มทางเลือกให้เกษตรกรได้ผลผลิตที่ดีขึ้น ยืนยันไม่ใช่การผูกขาด ตลาดกะเพราดั้งเดิมยังใช้งานได้ตามปกติ พร้อมเน้นย้ำว่า เคารพการตรวจสอบอย่างสุจริต แต่ไม่อาจยอมรับการบิดเบือนข้อมูลที่สร้างความเสียหายต่อองค์กรและบุคคลได้ จึงจำเป็นต้องสงวนสิทธิ ดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่จงใจเผยแพร่ข้อมูลเท็จต่อไป

อย่างไรก็ตามในส่วนของกระทรวงเกษตร ล่าสุดนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้ กรมวิชาการเกษตร ตรวจสอบขั้นตอนการวิจัย และจดทะเบียนคุ้มครองกะเพรา 4 พันธุ์ของ ซีพีแรม ว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

ด้านแหล่งข่าว กรมวิชาการเกษตร ให้ข้อมูล เพื่อไขข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ โดยระบุว่า ตามขั้นตอน ผู้ยื่นคำขอต้องตรวจสอบคุณสมบัติของพันธุ์พืชให้ตรงตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจะต้องเป็นพันธุ์ที่คิดค้น พัฒนาปรับปรุงขึ้นมาใหม่ / ยังไม่ขายจำหน่ายจ่ายแจกส่วนขยายพันธุ์เกินกว่า 1 ปี นับจากวันที่มายื่นคำขอ /และต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ มีความแตกต่าง คงตัว และสม่ำเสมอ

หลังจากยื่นคำขอพร้อมแนบเอกสารหลักฐานและประวัติที่มาของพันธุ์พืชแล้ว เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจะดำเนินการตรวจสอบเอกสาร และตั้งคณะทำงานตรวจสอบภาคสนามเพื่อออกแบบและวางแผนปลูกทดสอบพันธุ์พืชที่ยื่นเทียบกับพันธุ์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกันมากที่สุด เมื่อผลการตรวจสอบ หรือ DUS Report แล้วเสร็จ จะเสนออธิบดีกรมวิชาการเกษตรพิจารณา ก่อนออกประกาศโฆษณาในเว็บไซต์เป็นเวลา 90 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิ์ดีกว่าหรือผู้ต้องการคัดค้านได้ยื่นเรื่อง หากไม่มีผู้คัดค้าน ผู้ยื่นคำขอจะต้องชำระค่าธรรมเนียมการออกหนังสือสำคัญ จึงจะเริ่มวันคุ้มครองอย่างเป็นทางการ

โดยผู้ถือสิทธิ์ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ ทั้งการติดสลักเกรดพันธุ์พืชที่ได้รับการจดทะเบียนคุ้มครอง และชำระค่าธรรมเนียมรายปี ปีละ 1,000 บาท หากไม่ประสงค์จะทำการค้าพันธุ์หรือรับความคุ้มครองแล้ว สามารถแจ้งหยุดชำระเงินและสิ้นสุดสถานะการคุ้มครองได้ทันที

ส่วนกรณีข้อสั่งการที่ให้ตรวจสอบพืชกะเพรา ของบริษัทซีพีแรมนั้น กรมวิชาการเกษตร ได้ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าดำเนินการยื่นขอคุ้มครองสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย และขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อส่งต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงภายในสัปดาห์หน้าต่อไป

ความคิดเห็น